ผู้ลงทุนเฮ! เตรียมรับเงินเข้ากระเป๋า 29 มิ.ย. นี้ บลจ.กสิกรไทย จ่อคืนกำไรกองทุน WHAPF อีกกว่า 164 ล้านบาท

พฤหัส ๑๑ มิถุนายน ๒๐๑๕ ๑๕:๒๑
นายพงศ์พิเชษฐ์ นานานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ. กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม แฟคทอรี่แอนด์แวร์เฮ้าส์ ฟันด์ (WHAPF) ในอัตรา 0.175 บาทต่อหน่วย สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2558 ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียนเวลา 12.00 น. ของวันที่ 19 มิถุนายน 2558 โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลดังกล่าวในวันที่ 29 มิถุนายน 2558 มูลค่าการจ่ายเงินปันผลรวม 164.34 ล้านบาท

นายพงศ์พิเชษฐ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุน WHAPF ที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง และมีการจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างสม่ำเสมอนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2553 เป็นต้นมา ซึ่งหากนับรวมการจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้ด้วย กองทุน WHAPF มีการจ่ายเงินปันผลแล้ว 17 ครั้ง เป็นอัตรารวมทั้งสิ้น 3.1267 บาทต่อหน่วย โดยสามารถคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 7% ต่อปี อย่างไรก็ตามสำหรับผลการดำเนินงานในรอบบัญชีที่ผ่านมา (1 ก.พ. 2558 - 30 เม.ย. 2558) กองทุนยังคงมีรายได้อย่างสม่ำเสมอจากค่าเช่าของอาคารคลังสินค้าและอาคารโรงงานต่างๆ โดยในปัจจุบันกองทุน WHAPF ถือครองทรัพย์สินในโครงการรวมแล้วทั้งสิ้นจำนวน 17 โครงการ อาทิ โครงการคลังสินค้า Kao 1 , Kao 2 และ Kao 3, โครงการอาคารคลังสินค้า DKSH จำนวน 7 โครงการซึ่งตั้งอยู่ที่บางพลี บางปะอิน และบริเวณถนนบางนา-ตราด ก.ม.20, โครงการศูนย์กระจายสินค้า WHA Mega Logistics Center บนถนนบางนา-ตราด ก.ม.19 และโครงการศูนย์กระจายสินค้า WHA Mega Logistics Center บริเวณ อ.พานทอง จ.ชลบุรี, โครงการ DSG 1 และ 2 ในเขตประกอบการเหมราช จ.สระบุรี และยังมีโครงการโรงงานอีก 3 โครงการ คือ โครงการโรงงาน Primus และโครงการโรงงาน Ducati 1 และ 2 ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ. ระยอง

“สำหรับภาพรวมในปี 2558 บลจ.กสิกรไทยยังมีมุมมองต่อการเติบโตของธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในประเทศไทย ว่ายังคงมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น โดยจะได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจโดยเฉพาะการบริโภคในประเทศที่จะเพิ่มขึ้น รวมถึงจะได้รับอานิสงส์จากการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งประเทศไทยมีทั้งศักยภาพและความพร้อมในด้านการลงทุน อาทิ ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคและการขนส่ง การมีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และคลังสินค้าคุณภาพสูง ปัจจัยบวกดังกล่าว จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กองทุนยังคงสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอจากสัญญาเช่าระยะยาว และยังช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ลงทุนด้วย” นายพงศ์พิเชษฐ์กล่าว

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม แฟคทอรี่แอนด์แวร์เฮ้าส์ ฟันด์ (WHAPF) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนั้นสำหรับผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในกองทุน WHAPF สามารถซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888 หรือที่ www.kasikornasset.com

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด