ดำเนินมาตรการเชิงรุกคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง

พุธ ๑๕ กรกฎาคม ๒๐๒๐ ๑๖:๑๑
นายสุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกในการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สำนักการแพทย์ได้วางแนวทางควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร ได้แก่ การใช้ระบบตรวจจับความร้อนในร่างกายก่อนเข้าอาคาร (Human Body Temperature Detection) ครอบคลุมการเข้า - ออกทุกจุด จัดให้มีบริการแอลกอฮอล์เจล หน้ากากอนามัย การซักประวัติผู้ป่วยที่จะเข้ารับการตรวจรักษาในสถานพยาบาล เพื่อแยกผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยง การแยกอาคารให้บริการผู้ป่วยโรคหวัดและผู้ป่วยต้องสงสัยอาการโควิด-19 (ARI Clinic/PUI Clinic) การขอความร่วมมือให้ผู้มารับบริการ/ผู้มาติดต่อทุกท่านบันทึกเวลาเข้า-ออก การใช้บริการในแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” ตามคำแนะนำของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) การเว้นระยะห่างในทุกจุดบริการ การปรับช่วงเวลานัดและเวลาบริการ การบริการส่งยาทางไปรษณีย์ การจำกัดจำนวนญาติที่มาเฝ้าไข้ รวมทั้งช่วงที่มาเฝ้าไข้ให้ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา
ดำเนินมาตรการเชิงรุกคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง

ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้น ยังได้เพิ่มความเข้มข้นในการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจัดทีมเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์การติดเชื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งสรุปข้อมูลสถานการณ์ดังกล่าวรายงานให้ผู้บริหารสำนักการแพทย์ทราบทุกวัน ขณะเดียวกันได้สั่งการให้โรงพยาบาลในสังกัดดำเนินการตามแนวทางเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด รวมถึงเตรียมความพร้อมบุคลากร เวชภัณฑ์ และเตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยกรณีอาจเกิดการระบาดระลอกสอง ตลอดจนรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในการดูแลป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยหลีกเลี่ยงอยู่ในสถานที่แออัด ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม หากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสจมูก ปาก โดยไม่จำเป็น รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี ทั้งนี้ หากมีไข้ ไอ มีน้ำมูก ให้หยุดพักอยู่บ้าน แล้วรีบพบแพทย์ หากมีประวัติเสี่ยงสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ให้แยกสำรับอาหาร แยกแก้วน้ำ ของใช้ส่วนตัวกับผู้อื่น หากสงสัยในอาการของโรค สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนสุขภาพ สำนักการแพทย์ 1646 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด