ครบรอบ 22 ปี “มูลนิธิดำรงชัยธรรม” มอบโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนไทย

พฤหัส ๐๘ ตุลาคม ๒๐๒๐ ๑๑:๔๓
ครบรอบ 22 ปี มูลนิธิดำรงชัยธรรม มอบโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนไทย

เป็นระยะกว่า 22 ปีที่ ?มูลนิธิดำรงชัยธรรม? ได้มอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทย ภายใต้โครงการ ?ทุนสร้างคน สร้างบัณฑิต? ชมรมบัณฑิตทุนมูลนิธิดำรงชัยธรรม จึงเป็นผลผลิตหนึ่งของต้นไม้ใหญ่ ที่มีแนวคิดและความตั้งใจอันดี ที่เหล่าบัณฑิตนักเรียนทุนจะสร้างสรรค์สิ่งดีงาม กลับคืนแก่สังคมร่วมกัน ตามเจตนารมณ์การมอบทุนการศึกษาของคุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาด้วยการมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องครบวงจรจนจบปริญญาตรีให้กับเยาวชนไทย ที่ตั้งใจเรียน มีความประพฤติดี กิจกรรมเด่น แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา โดยทางมูลนิธิดำรงชัยธรรมเล็งเห็นความสำคัญในการให้โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกันของเยาวชนมาโดยตลอด ดังนั้นทุนการศึกษาที่มอบให้กับเยาวชนจะครอบคลุมในทุกส่วนที่มีความจำเป็นต่อการศึกษาและการดำรงชีพ ได้แก่ ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าที่พัก ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น โดยทางมูลนิธิฯ ไม่มีเงื่อนไขว่าจะต้องกลับมาตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ขอให้เป็นคนดีของสังคมและสามารถช่วยเหลือผู้อื่นต่อได้

ปัจจุบันมูลนิธิฯ มีนักเรียนทุนซึ่งสำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตคุณภาพออกสู่สังคมได้เป็นผลสำเร็จแล้วทั้งหมด 18 รุ่น จำนวน 486 คน จากหลากหลายสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รวมถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ฯลฯ และได้ออกไปต่อยอดให้สังคมแล้วในหลากหลายสาขาอาชีพ อาทิ แพทย์, วิศวกร, เภสัชกร, ครู, อาจารย์ ฯลฯ

ภายในงานนอกจากจัดให้มีพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังได้จัดกิจกรรมแนะนำบัณฑิตใหม่ โดยในปีนี้มีบัณฑิตจากมูลนิธิดำรงชัยธรรมที่จบการศึกษา ทั้งหมด 15 คน รวมทั้งมีการมอบเกียรติบัตร และให้โอวาทโดยคุณไพบูลย์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป พร้อมกันนี้ยังมีนักเรียนทุนรุ่นล่าสุดมาร่วมแสดงความยินดีแก่เหล่าบัณฑิตอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรม ?น้องอยากรู้ พี่อยากแชร์? โดยรุ่นพี่บัณฑิตร่วมถ่ายทอดเทคนิคขจัดอุปสรรค เพื่องานที่ฝัน ให้กับน้องบัณฑิต เพื่อเตรียมพร้อมสู่โลกการทำงานและชีวิตจริง ปิดท้ายด้วยพิธีผูกข้อมือ และมอบของที่ระลึกจากพี่สู่น้อง

ร้อยตรี ธนา ภัทรภาษิต บัณฑิตทุนรุ่น 11 นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันประกอบอาชีพ อัยการผู้ช่วย (ข้าราชการอัยการชั้น ๑) สถาบันพัฒนา ข้าราชการฝ่ายอัยการ ดำรงตำแหน่ง อัยการประจำกอง (ข้าราชการอัยการชั้น ๒) สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ เปิดเผยว่า ?มูลนิธิดำรงชัยธรรมให้เรามากกว่าทุนการศึกษา และเป็นมากกว่าบ้าน ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับมาเยี่ยมเยียนพี่ๆน้องๆอยู่เสมอ อยากให้ทุกคนรักษาโอกาสครั้งสำคัญนี้ไว้และตั้งใจทำอย่างเต็มที่ เพราะโอกาสมักจะนำสิ่งดีๆมาให้เราเสมอ ในภายภาคหน้าหากเราอยากทำอาชีพอะไร เราต้องศึกษาถึงหลักเกณฑ์และรายละเอียดต่างๆ รวมถึงสามารถวิเคราะห์ข้อดีหรือข้อด้อยของอาชีพนั้นๆได้ ควรวางระบบชีวิตให้ดี และควรมีแผนสำรองในอนาคตอยู่เสมอและสิ่งสำคัญที่สุดที่อยากจะฝากไว้ก็คือ ในครั้งหนึ่งเราทุกคนในที่นี้เคยขาดโอกาส และได้รับโอกาสที่ดีจากมูลนิธิฯ หากเรามีโอกาสที่จะเป็นผู้ให้กลับคืนบ้าง ก็อย่าลืมที่จะตอบแทนสังคมด้วยนะครับ?

นายพิรเดช ช่วยนุกูล บัณฑิตทุนรุ่น 15 สำเร็จการศึกษา เกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ?รู้สึกดีใจมากครับ เนื่องจากความฝันที่อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ได้กลายเป็นจริงแล้ว โอกาสทางการศึกษาของตัวผมเองก็เปิดกว้างยิ่งขึ้น ทุกคนในมูลนิธิมีความเป็นกันเอง ดูแลกันแบบพี่น้อง เมื่อมีปัญหาก็สามารถติดต่อขอคำแนะนำได้ตลอด จนรู้สึกได้ว่ามูลนิธิดำรงชัยธรรมนั้น เป็นเหมือนบ้านที่อบอุ่นอีกหลังหนึ่ง หากไม่ได้รับทุน อนาคตทางการศึกษาของผม คงจะแตกต่างไปจากตอนนี้อย่างมาก และอาจจะไม่มีโอกาสได้เรียนในสิ่งที่ตนเองรักจริงๆ คำขอบคุณเป็นร้อยครั้งพันครั้งก็คงไม่พอสำหรับโอกาสที่ได้รับนี้ ผมคิดว่าการขอบคุณที่ดีที่สุดคือการเป็นคนที่คิดดี ทำสิ่งดีๆตอบแทนสู่สังคมครับ?

นางสาวพัศราภรณ์ สุวรรณวโรดม บัณฑิตทุนรุ่น 15 สำเร็จการศึกษา จากคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ?รู้สึกภูมิใจทุกครั้ง เมื่อได้บอกใครต่อใครว่าเป็นนักเรียนทุนมูลนิธิดำรงชัยธรรม และมักจะมีคำถามต่อเนื่องหลังจากได้รู้ว่า ?ทำอย่างไรถึงได้? ต้องตอบคำถามเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยเบื่อที่จะเล่า อยากให้ทุกคนได้รู้จักมูลนิธินี้ ที่เป็นมากกว่ามูลนิธิ แต่นี่คือครอบครัว เป็นบ้านหลังใหญ่ ทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมเยียน จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเสมอมา สิ่งที่อยากฝากอยากบอกถึงน้องรุ่นหลังๆ ก็คือ ยินดีต้อนรับทุกคนที่จะได้มาเป็นครอบครัวเดียวกัน และเมื่อได้รับโอกาสแล้วขอให้ทำอย่างเต็มที่ ทำตามสโลแกนของมูลนิธิฯ คือ ?ไม่ใช่แค่ให้โตได้ แต่อยากให้โตดี? ตั้งใจเรียนให้จบ และเมื่อมีโอกาสอย่าลืมตอบแทนสังคมด้วยนะคะ?

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด