XO กำไรปี 63 กระฉูด 161% อยู่ที่ 318 ลบ. ปันผล 0.44 บ./หุ้น แย้มสูตรซอสกัญชงแล้วเสร็จ เตรียมบุกตลาดโลก

อังคาร ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ๑๕:๐๓
XO ผลงานปี 63 มาตามนัด กำไรสุทธิอยู่ที่กว่า 318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161% รายได้จากการขายเกือบ 1,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% ชูสินค้ากลุ่มซอสเป็นพระเอก ยอดขายบูมจากการขยายตลาดสำเร็จ และอานิสงส์โควิด-19 ปักธงปี 64 แรงต่อเนื่อง หลังแนวโน้มออเดอร์ไหลเข้าไม่หยุด เดินหน้าขยายตลาดยุโรปและจีนตามแผน รับศึกษาแนวทางผลิตซอสกัญชง ปัจจุบันสูตรแล้วเสร็จอยู่ระหว่างรอกฏหมาย ตั้งเป้ากำไรโต 20-25% ด้านบอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผลจาก BOI ในอัตราหุ้นละ 0.44 กำหนดจ่าย 12 พฤษภาคมนี้
XO กำไรปี 63 กระฉูด 161% อยู่ที่ 318 ลบ. ปันผล 0.44 บ./หุ้น แย้มสูตรซอสกัญชงแล้วเสร็จ เตรียมบุกตลาดโลก

นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรสและเครื่องประกอบอาหารไทยไปทั่วโลก เปิดเผยถึง ภาพรวมธุรกิจในปี 2563 ประสบความสำเร็จอย่างมาก ผลงานทำสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท แม้ในสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบไปทั่วโลก แต่บริษัทฯ ได้อานิสงส์ในเชิงบวก สินค้ากลุ่มซอสซึ่งเป็นกลุ่มหลักได้รับการตอบรับ มีสัดส่วนยอดขายในปี 63 สูงถึง 82% รวมไปถึง การขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่องทางการขายเพิ่มขึ้น และไม่ได้รับผลกระทบจากค่าเงิน เพราะปกติบริษัทฯ ขายเป็นสกุลเงินบาทเป็นส่วนใหญ่ราวร้อยละ 75 ของยอดขายทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นสกุลเงินดอลลาร์ร้อยละ 20 และสกุลเงินยูโรร้อยละ 5

โดยผลการดำเนินงานงวดประจำปี 2563 (สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2563) บริษัทมีรายได้จากการขาย 1,267.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 276.94 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27.95 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ผู้บริโภคหันมา ทำอาหารทานเองที่บ้านมากขึ้น ดังนั้นความต้องการซอสปรุงรสในการประกอบอาหารจึงมีการขยายตัว ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนร้านค้าปลีกซึ่งจัดจำหน่ายสินค้าของบริษัทฯ และอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ระดับร้อยละ 60

ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิในปี 2563 เท่ากับ 318.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 161.07 จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลักเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้น และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าในปี 2563 เท่ากับร้อยละ 40.59 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าเท่ากับร้อยละ 35.47 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อจากลูกค้า ทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง

ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 9.94 เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24.35 สาเหตุหลักเนื่องจากการยกเลิกการจัดประเภทค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่ของโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นจากการผลิตที่ต่ำกว่ากำลังการผลิตปกติเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทไม่มีค่าใช้จ่ายจากการยกเลิกสายการผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องดื่ม และค่าตัดจำหน่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ไม่ขอคืน

เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.44 บาท โดยการจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้เป็นการจ่ายจากผลการดำเนินงานประจำปี 2563 ส่วนที่ได้รับจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 10 มีนาคม 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 0.168 บาท เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเงินปันผลรวมประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 จะเป็น 0.608 บาทต่อหุ้น

สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 2564 ยังมั่นใจจะเติบโตไปตามแผนที่วางไว้ รับแผนการขยายตลาด และการนำเสนอสินค้าใหม่ในกลุ่มซอส ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง ขณะที่ แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 1/2564 มีทิศทางในเชิงบวกต่อเนื่อง จากคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่เข้ามาตั้งแต่เดือนธันวาคมของปีที่แล้ว นอกจากนี้ แผนลงทุนจ่ายค่าแรกเข้า (Listing fee) บุกตลาดในยุโรปและจีนเพิ่มเติม ยังเป็นไปตามแผน กำหนดเป้ารายได้ปี 64 เติบโต 10-15% ส่วนกำไรตั้งเป้าโต 20-25% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากปี 2563

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ทำการศึกษาตลาดและพัฒนาสูตรนำกัญชงมาผลิตซอสปรุงรส จับกระแสตลาดโลก ซึ่งปัจจุบันสูตรผสมแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากบริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ แต่อยู่ระหว่างรอข้อกฎหมายชัดเจน จึงคาดว่าซอสกัญชงจะเข้ามาผลักดันมาร์จิ้นของบริษัทฯ ให้สูงขึ้นได้ และเป็นโอกาสขยายตลาดไปทั่วโลก

ที่มา: ไออาร์ พลัส

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด