เอ็ม เอ เอ็น แบรนด์รถบรรทุกจากเยอรมันสู่ผู้นำด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีเพื่อวงการขนส่งไทย

15 Jun 2021

เอ็ม เอ เอ็น ผู้นำนวัตกรรมด้านยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ชั้นนำของโลกจากประเทศเยอรมนี ที่ได้ก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถบรรทุกอันดับหนึ่งด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์ เน้นความทนทานและการประหยัดน้ำมัน โดยรถบรรทุกทุกรุ่นของ เอ็ม เอ เอ็น ถูกออกแบบและพัฒนาด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ จนได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการในวงการขนส่งทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย การันตีความสำเร็จด้วยรางวัลด้านดีไซน์และเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็น รางวัล "International Truck of the Year" และ "iF Design award"

เอ็ม เอ เอ็น แบรนด์รถบรรทุกจากเยอรมันสู่ผู้นำด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีเพื่อวงการขนส่งไทย

เอ็ม เอ เอ็นได้เข้ามาตีตลาดในประเทศไทยและส่งมอบรถบรรทุกสัญชาติเยอรมันให้กับผู้ประกอบการไทยครั้งแรกในปี 2550 โดยปัจจุบัน เอ็ม เอ เอ็น ได้เปิดตัวรถบรรทุกเรือธงทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ TGS 6x4 360 แรงม้า TGS 6x4 400 แรงม้า และ TGS 6x4 440 แรงม้า ซึ่งมีจุดเด่นทั้งด้านสมรรถนะและฟังก์ชั่นที่มุ่งเน้นการมอบประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสุดแก่ผู้ประกอบการ ทำให้รถบรรทุก เอ็ม เอ เอ็น ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการไทยมากมายอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์รถบรรทุกคุณภาพเยี่ยม จนกลายมาเป็นโซลูชั่นด้านการขนส่งของวงกางผู้ประกอบการไทย

ทนทานแข็งแกร่งเหนือใคร
รถบรรทุกทุกคันของเอ็ม เอ เอ็น นำเข้าแบบ CBU 100% จากเยอรมนี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะประเทศผู้นำด้านการผลิตยานยนต์ของโลก โดยชิ้นส่วนอะไหล่ของรถบรรทุกของ เอ็ม เอ เอ็น ผ่านการใส่ใจในการเลือกวัสดุ และผ่านขั้นตอนการผลิตและประกอบชิ้นส่วนด้วยเทคโนโลยีที่รับประกันด้านความทนทาน ป้องกันการเสื่อมสภาพและการเกิดสนิมของชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ โดยรถบรรทุกของเอ็ม เอ เอ็น ได้รับการการันตีว่ามีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี เพราะนอกจากวัสดุต่างๆจะแข็งแรงทนทานแล้ว ผู้ใช้งานยังสามารถดูแลด้วยตนเองได้ง่าย เพื่อยืดอายุของรถบรรทุกทั้งตัวรถและอะไหล่ให้ทรงประสิทธิภาพตลอดการใช้งาน

มาตรฐานความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อคนขับ
ความปลอดภัย ถือเป็นหัวใจสำคัญของ เอ็ม เอ เอ็น โดยแบรนด์ได้นำนวัตกรรมที่ออกแบบโดยเทคโนโลยีพิเศษที่ช่วยในการป้องกันอุบัติเหตุและรองรับการขับขี่บนทุกสภาพผิวถนน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ขับขี่

  • ระบบ MAN BrakeMatic ระบบล้อเบรกลมล้วน ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBS) แบบดิสค์เบรคทั้งด้านหน้าและล้านหลัง ติดตั้งมาพร้อมกับระบบป้องกันล้อล็อกอัตโนมัติ (ABS) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเบรกรถได้อย่างแม่นยำทันทีที่สั่งการ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
  • ระบบ Electronic Brake Assitance (EBA) ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ที่ช่วยประมวลผลระยะห่างของสิ่งกีดขวางหน้าตัวรถ และสามารถตอบสนองได้อย่างฉับไวหากมีรถวิ่งตัดหน้าหรือเบรกกะทันหัน โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนในรูปแบบเสียง และแสดงไฟสัญญาณบนหน้าปัด พร้อมสั่งการให้รถเบรกอัตโนมัติหากประมวลว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุสูง
  • ระบบเบรกเครื่องยนต์ มาพร้อมเบรกวาล์วไอเสีย EVB (Exhausted Valve Brakes) ช่วยลดความเร็วของรถบรรทุกในขณะวิ่งหรือเข้าโค้งได้มากถึง 60% เมื่อเทียบกับรถบรรทุกอื่นที่มีขนาดเดียวกัน ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของผ้าเบรกและเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่บนท้องถนน
  • ระบบ MAN Easy Start อุปกรณ์มาตรฐานที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการออกตัวบนทางลาดชัน กรณีที่รถบรรทุกจำเป็นต้องหยุดรถ-ออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน โดยเฉพาะหากบรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักมาก

นอกจากฟังก์ชั่นต่างๆที่ออกแบบให้ผู้ชับขี่สามารถขับรถบรรทุกได้อย่างสะดวกสบาย ปลอดภัยแล้ว เอ็ม เอ เอ็น ยังได้สร้างพื้นที่ภายในหัวรถให้มีขนาดกว้างมากขึ้น โดยหัวรถบรรทุก เอ็ม เอ เอ็น จะเป็นหัวเก๋งที่มีลักษณะเป็นทรง L และ LX หรือหลังคาสูง แต่มีน้ำหนักเบา มาพร้อมระบบลดแรงสั่นสะเทือนและแรงกระแทก ทำให้สามารถสามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากขึ้น เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว และเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดถภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ไม่ว่าจะเป็นการขับระยะทางใกล้หรือไกล

ประหยัดพลังงานเพื่อความยั่งยืน
เอ็ม เอ เอ็น ให้ความสำคัญกับการลดการใช้พลังงานน้ำมัน เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนด้านธุรกิจรวมถึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งระบบต่างๆของรถบรรทุกได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้รถบรรทุกสามารถวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ลดการใช้พลังงานให้มากที่สุด โดยรถบรรทุกหัวลากเอ็ม เอ เอ็น ทั้ง 3 รุ่น ที่เปิดตัวในประเทศไทย ผลิตด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง ขนาด 10,518 ซีซี เครื่องยนต์รุ่น D20 ผสมผสานเทคโนโลยีคอมมอนเรล ช่วยลดการบริโภคน้ำมันและยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้รองรับการใช้งานระยะทางสูงสุด 1.5 ล้านกิโลเมตร เมื่อตรวจเช็คระยะทุก 120,000 กิโลเมตร นอกจากนี้ เอ็ม เอ เอ็น ยังออกแบบรถบรรทุกด้วยการใช้แนวคิดการเคลื่อไหวของอากาศ โดยแรงต้านอากาศที่ไม่จำเป็นในรถจะถูกคำนวณและลบออก เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างเต็มที่และประหยัดน้ำมันสูงที่สุด นอกจากนี้ เอ็ม เอ เอ็นยังมีระบบ MAN Adaptive Cruise Control ที่ช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมของรถบรรทุก MAN TGS ที่มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ ตรวจจับระยะห่างรถคันหน้าด้วยกล้องมัลติเซนเซอร์ที่คำนวณผลแบบเรียลไทม์ รวมทั้งช่วยลดภาระคันเร่งและเบรก ด้วยการช่วยควบคุมความเร็วและการเบรกของรถให้เหมาะสม และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันอีกด้วย

รถบรรทุก เอ็ม เอ เอ็น ได้รับการตอบรับอย่างดีแม้พึ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยไม่นาน ด้วยการพิสูจน์ด้านสมรรถนะ ความประหยัดพลังงานและบริการหลังการขาย จนได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการ นอกจากนี้แบรนด์เอ็ม เอ เอ็น ยังคงมุ่งมั่งพัฒนามาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุดและหลากหลาย ทำให้ผู้ประกอบการสามารถใช้รถบรรทุกของเอ็ม เอ เอ็น เพื่อความคุ้มค่าในการสร้างและขยายธุรกิจต่อเนื่องได้เป็นระยะเวลานานโดยไม่มีปัญหากวนใจ รวมถึงเทคโนโลยีช่วยประหยัดน้ำมัน ไปจนถึงการรับประกันที่ครอบคลุมและบริการหลังการขายที่ครบวงจร ให้ผู้ประกอบการสามารถใช้งานรถบรรทุกได้อย่างยั่งยืนและเต็มประสิทธิภาพ