KJL ยกระดับมาตรการดูแลสถานประกอบกิจการ เพื่อควบคุมความปลอดภัย-ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 พร้อมจัดฉีดวัคซีนให้กับพนักงานครบ 100% ฟรี

พุธ ๐๘ กันยายน ๒๐๒๑ ๑๑:๒๗
นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด หรือ KJL ผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต ตู้ไฟ รางไฟ และงานสั่งทำพิเศษ ด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยและทีมผู้เชี่ยวชาญ เปิดเผยถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ว่า บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในความปลอดภัยของพนักงาน ผู้มาติดต่อ และคู่ค้า โดยกำหนดจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าพื้นที่สำนักงานและโรงงาน, แจกหน้ากากอนามัยให้พนักงานสวมใส่ตลอดเวลา, จัดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือตามจุดต่างๆ และแยกกลุ่มทำงานเป็นส่วนๆ ลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสถานประกอบการ

พร้อมปูพรมให้พนักงานทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ผ่านช่องทางต่างๆ ที่ภาครัฐจัดเตรียมให้และจัดหาซื้อวัคซีนทางเลือกซิโนฟาร์ม โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบ และได้รับการจัดสรรวัคซีนทางเลือกชิโนฟาร์ม (Sinopharm) จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จำนวน 600 โดส โดยขณะนี้ มีพนักงานได้รับการฉีดวัคซีนชิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า และชิโนฟาร์ม เข็มแรกแล้ว 97 % ที่เหลือ 3 % เป็นผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพร่างกาย และพนักงานที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว 75 % โดยเชื่อมั่นว่าภายในเดือนกันยายน พนักงานทั้งหมดจะได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม

" KJL มีความห่วงใยในสุขภาพของพนักงานทุกคน โดยเร่งฉีดวัคซีนให้พนักงานครบ 100% เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เพิ่มความปลอดภัยให้พนักงานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า รวมทั้งแบ่งเบาภาระการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และยับยั้งการเกิดคลัสเตอร์ใหม่ในโรงงานได้อีกทางหนึ่งด้วย" นายเกษมสันต์ กล่าว

จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงจัดทำ Bubble and seal และ Factory Isolation พร้อมตรวจเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อภายในโรงงาน โดยใช้ชุดตรวจ แอนติเจน เทสต์ คิท (ATK) ตรวจหาเชื้อโควิด-19 พนักงานทุกสัปดาห์ หากพบผู้ติดเชื้อในระดับสีเหลืองและสีแดง จะนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลทันที หากอยู่ในกลุ่มสีเขียวหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย รวมทั้งพนักงานที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ จะแยกกักตัวอยู่ที่บ้าน (home isolation) หรือในพื้นที่ที่บริษัทจัดเตรียมไว้ภายในโรงงาน (Factory Isolation) เพื่อลดการสัมผัสและเฝ้าดูอาการเป็นระยะเวลา 14 วัน และส่งตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่โรงพยาบาล พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดฉีดพ่นฆ่าเชื้อภายในโรงงานและบริเวณที่พักพนักงานในเขตโรงงาน

นอกเหนือจากการดูแลพนักงานในองค์กรให้ปลอดภัยและห่างไกลจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว บริษัทฯ ยังเดินหน้าสร้างความมั่นใจให้กับพนักงาน ภายใต้โครงการ "KJL CARE ห่วงใย ใส่ใจ ดูแลพนักงานทุกคน" ด้วยการแจ้งสิทธิประโยชน์เรื่องการตรวจและการรักษาโควิด-19 , การลาป่วยที่ได้รับค่าแรงตามปกติ โดยไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ในทุกกรณี, การมอบเงินพิเศษให้กับพนักงานที่ลาป่วยไม่เกิน 5 วัน/เดือน คนละ 2,000 บาท ในเดือนสิงหาคม ยกเว้นพนักงานที่ติดเชื้อโควิด-19 และพนักงานที่ถูกกักตัวเฝ้าดูอาการ พร้อมเพิ่มเบี้ยขยันให้กับพนักงานที่ไม่ลาป่วย ลากิจ และลาพักผ่อน คนละ 2,000 บาทต่อเดือน ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม สร้างแรงจูงใจในการทำงานให้พนักงานในสถานการณ์โควิด เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตของบริษัท ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในไตรมาสสุดท้ายปี 2564

"วิกฤติที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือพนักงานต่างได้รับผลกระทบ แต่การดูแลพนักงานเสมือนหนึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เป็นนโยบายที่ KJL มุ่งส่งเสริมให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งเป็นเครื่องช่วยยืนยันถึงความห่วงใยและความจริงใจของผู้บริหาร ที่มีต่อพนักงาน เพื่อให้ทุกคนมีพลังใจสามารถก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากไปด้วยกัน" นายเกษมสันต์ กล่าว

ที่มา: เดอะเวย์ คอมมิวนิเคชั่น

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด