ธอส. ได้รับการประเมิน "Composite Rating" ประจำปี 64 โดย ธปท. ในระดับที่ดีขึ้น และคงอันดับเครดิตที่ระดับสูงสุด AAA(tha) และ F1+(tha) เป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน

จันทร์ ๐๑ พฤศจิกายน ๒๐๒๑ ๐๙:๑๗
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เผย ได้รับการประเมินผลจัดระดับ Composite Rating ประจำปี 2564 จาก ธนาคารแห่งประเทศไทยในระดับที่ดีขึ้น เป็นผลจากการดำเนินงานได้ตามพันธกิจ "ทำให้คนไทยมีบ้าน" พร้อมใช้เทคโนโลยีบริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงที่ดี ขณะเดียวกัน บริษัทจัดอันดับเครดิต "ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย)" คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว ธอส. ที่ระดับสูงสุด "AAA(tha)" และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ระดับ "F1+(tha)" และมีอันดับเครดิตคงที่ (Stable) เป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มั่นคงและมีเสถียรภาพ
ธอส. ได้รับการประเมิน Composite Rating ประจำปี 64 โดย ธปท. ในระดับที่ดีขึ้น และคงอันดับเครดิตที่ระดับสูงสุด AAA(tha) และ F1 (tha) เป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการประเมินการ จัดระดับโดยรวมของสถาบันการเงิน (Composite Rating) ประจำปี 2564 จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ธอส. ได้รับผลการประเมินในระดับที่ดีขึ้นจากตรวจสอบครั้งก่อนในปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ธนาคารสามารถดำเนินงานได้ตามพันธกิจ "ทำให้คนไทยมีบ้าน" ได้เป็นอย่างดี สะท้อนได้จากผลการดำเนินงานปี 2563 ที่ ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ถึง 225,151 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 67 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคาร ต่อเนื่องถึง ณ ไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 ที่ยังปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ถึง 166,173 ล้านบาท และให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จาก COVID-19 อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน มีลูกค้าเข้ามาตรการรวมสูงสุดถึง 968,555 บัญชี เงินต้นคงเหลือ 842,056 ล้านบาท พร้อมกับมุ่งพัฒนาบริการผ่านช่องทาง Digital เห็นได้จากจำนวนผู้สมัครใช้งาน Application : GHB ALL ล่าสุดมีจำนวนกว่า 1.2 ล้านราย [คิดเป็น 55% ของจำนวนลูกค้าทั้งหมด] โดยมีจำนวนธุรกรรมผ่าน GHB ALL ณ สิ้นเดือนกันยายน 2564 เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ถึง 34.21% รวมถึงนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการดำเนินงานภายในองค์กร เพื่อมุ่งสู่การเป็น Digital Bank ในอนาคต และนำเทคโนโลยีในการรวบรวมข้อมูลด้วยวิธี Data Analytic มาใช้ เพื่อนำฐานข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ ส่งผลดีต่อระบบงานคัดกรองเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ ระบบการติดตามสถานะลูกหนี้ และตรวจสอบภายในองค์กร พร้อมกันนี้ธนาคารยังมีระบบการบริหารความเสี่ยงและการตรวจสอบที่ดีตามกระบวนการ Three Lines of Defense เครื่องมือในการตรวจสอบกระบวนการทำงานในแต่ละระดับ ส่งผลให้เกิดกระบวนการกำกับดูแลที่ดีและบรรลุวัตถุประสงค์ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด ธอส. ยังได้รับการประเมินอันดับเครดิตจาก บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด สถาบันการจัดอันดับเครดิตที่มีความน่าเชื่อถือระดับสากล โดยประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ ธอส. "ที่ระดับสูงสุด" AAA(tha) และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ระดับ F1+(tha) เป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 2555 โดยเป็นอันดับเครดิตที่สูงสุดสำหรับการจัดอันดับเครดิตในประเทศ และมีแนวโน้มอันดับเครดิตคงที่ (Stable) ต่อไป แสดงถึงการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง อีกทั้งยังมีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มาโดยตลอด ทั้งในรูปแบบของการปรับโครงสร้างหนี้ และการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระคืนเงินกู้

ทั้งนี้ ในการจัดอันดับเครดิตของ ธอส. นั้น ฟิทช์ เรทติ้งส์ ระบุว่า ธอส. เป็นสถาบันการเงินของรัฐ ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเฉพาะ ภายใต้พระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ.2496 โดยมีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐในการส่งเสริมการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ได้ จึงได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากรัฐอย่างทันท่วงทีในกรณีที่มีความจำเป็น แม้ที่ผ่านมาธนาคารจะยังไม่มีความจำเป็นในการรับความช่วยเหลือจากรัฐ เนื่องจากมีผลการดำเนินงานทางการเงินที่ค่อนข้างดี สะท้อนจากเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 14.3% ในครึ่งปีแรกของปี 2564 ซึ่งการจัดอันดับเครดิตในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพทางเครดิตและประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการองค์กรที่ดี ในการจัดการทางการเงิน และขับเคลื่อนภารกิจเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายของธนาคารต่อไป

ที่มา: ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ธอส. ได้รับการประเมิน Composite Rating ประจำปี 64 โดย ธปท. ในระดับที่ดีขึ้น และคงอันดับเครดิตที่ระดับสูงสุด AAA(tha) และ F1 (tha) เป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด