TNP เปิดงบ Q1/65 ทำรายได้ 588 ลบ. เดินหน้าขยายอาณาจักรสู่ 44 สาขา พร้อมรุกตลาดออนไลน์

พฤหัส ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ๑๖:๕๘
บมจ. ธนพิริยะ หรือ TNP ร้านค้าปลีกคนไทยยักษ์ใหญ่ โซนภาคเหนือตอนบน มุ่งเดินหน้าเปิดร้านขยายสาขาตามแผนหนุนครบ 44 สาขา ครอบคลุม จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.พะเยา ในปี 2565 จากปัจจุบัน 38 สาขา ที่สร้างรายได้เติบโตอยู่ที่ 588 ลบ. ด้านกำไรอยู่ที่ 36 ลบ. พร้อมเตรียมรุกตลาดออนไลน์ ตามเทรนด์ของผู้บริโภคยุคใหม่ในสังคมดิจิทัล ตอบโจทย์การเข้าถึงสินค้าและบริการ ได้อย่างสะดวกสบายในทุกพื้นที่
TNP เปิดงบ Q1/65 ทำรายได้ 588 ลบ. เดินหน้าขยายอาณาจักรสู่ 44 สาขา พร้อมรุกตลาดออนไลน์

นายธวัชชัย พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในจังหวัดเชียงราย เปิดเผยถึงการดำเนินงานในไตรมาส 1 ของปี 2565 เดินหน้าตามแผน โดยเน้นกลยุทธ์ขยายสาขาที่ตั้งเป้าจะเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ อีก 6 สาขา และรุกช่องทางออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนในไตรมาสที่ 2 มากขึ้น เพื่อให้สาขาครอบคลุมทุกพื้นที่ในโซนภาคเหนือตอนบน และเข้าถึงผู้บริโภคได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "ธนพิริยะ ราคาถูกจริง ช้อปปิ้งถูกใจ อยู่ใกล้บ้านคุณ"

ซึ่งปัจจุบันธนพิริยะมีร้านค้าอยู่ทั้งหมด 38 สาขา ครอบคลุม 3 จังหวัดโซนภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย จ.เชียงราย 30 สาขา จ.เชียงใหม่ 3 สาขา และ จ.พะเยา 5 สาขา และเตรียมขยายอาณาจักรสู่ 44 สาขาในปี 2565 นี้

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายจำนวน 588.21 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายส่วนหนึ่งของบริษัทเพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ โดยในปี 2564 บริษัทได้เปิดสาขาใหม่จำนวน 6 สาขา ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่จำนวน 35.78 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 6.05 ซึ่งภาพรวมการลดลงของกำไรสุทธิเกิดจากยอดขายสาขาเดิมที่ปรับตัวลดลง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงด้วยเช่นกัน

ด้านเภสัชกรหญิงอมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการ เผยถึงแผนในปี 2565 บริษัทฯ ยังมั่นใจในการเติบโต แม้ว่าในช่วงโค้งแรกของปี รายได้และกำไรจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่โดยภาพรวมมองว่า ปีนี้จะยังคงเป็นปีที่ดีของ TNP จากการขยายสาขาให้ครอบคลุม เพื่อสร้างรากฐานการเติบโต จะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงการซื้อสินค้าในหน้าร้านเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเดินเกมกลยุทธ์ที่เตรียมปล่อยออกมาในไตรมาส 2 ในส่วนของอีคอมเมิร์ซ หรือการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ที่คาดว่าจะเข้ามาช่วยกระตุ้นการซื้อของผู้บริโภคที่มากขึ้นทั้งความถี่ และยอดขายต่อใบเสร็จ ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะเข้ามาตอบโจทย์ลูกค้าในยุคดิจิทัล ผู้บริโภคจะใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

"ธนพิริยะ เราเป็นร้านค้าปลีกท้องถิ่นของคนไทย ที่เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 30 ปี ทำให้เรามีความเชี่ยวชาญและเดินหน้าขยายการเติบโตจากการเปิดสาขาได้ตามเป้าหมาย ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้อย่างเข้มข้นตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เรายังเดินหน้าได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง" เภสัชกรหญิงอมร กล่าว

ที่มา: ไออาร์ พลัส

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด