กรุงศรีจับมือแบงก์ชาติ เดินหน้านำร่องทดสอบ Retail CBDC สกุลเงินดิจิทัลภาคประชาชน นำประเทศไทยสู่โลกการเงินดิจิทัล

ศุกร์ ๐๕ สิงหาคม ๒๕๖๕ ๑๔:๐๕
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ) ในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก ประกาศความสำเร็จอีกก้าวในฐานะสถาบันการเงินหลักที่จะช่วยผลักดันประเทศไทยเข้าสู่ระบบการเงินแห่งอนาคต เดินหน้านำร่องทดสอบการให้บริการ Retail CBDC สกุลเงินดิจิทัลภาคประชาชนเพื่อใช้งานจริงในวงจำกัดร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2565 ไปจนถึงกลางปี 2566
กรุงศรีจับมือแบงก์ชาติ เดินหน้านำร่องทดสอบ Retail CBDC สกุลเงินดิจิทัลภาคประชาชน นำประเทศไทยสู่โลกการเงินดิจิทัล

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้านการเงินของประเทศไทยกับ เงินบาทดิจิทัลภาคประชาชน ที่ออกโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (Retail Central Bank Digital Currency หรือ Retail CBDC) โดยเปลี่ยนรูปแบบธนบัตรปกติ เป็นเงินบาทดิจิทัล ซึ่งมี serial number กำกับ ทำให้การถือ Retail CBDC เทียบเท่ากับการถือธนบัตร อันไม่มีความเสี่ยง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล สิ่งนี้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินใหม่ที่เข้าถึงง่าย มีความปลอดภัยสูง และสามารถรองรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ นอกจากประโยชน์ที่ภาคประชาชนจะได้รับแล้ว ยังเอื้อให้ภาคธุรกิจสามารถต่อยอด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเตรียมพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "กรุงศรีรู้สึกยินดีที่ได้เป็นหนึ่งในธนาคารแรกของประเทศไทยที่จะเปิดทดสอบบริการ Retail CBDC สกุลเงินดิจิทัลภาคประชาชนในระยะนำร่องช่วงปลายปี 2565 ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเป็นการเปิดทดลองใช้งานในวงจำกัด ถือเป็นก้าวสำคัญในการศึกษาเพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาและขยายผลการใช้งานในระยะต่อไป โดยแผนการทดสอบ Retail CBDC ระยะนำร่องนี้ ที่กรุงศรีเข้าร่วม แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1. การทดสอบระดับพื้นฐาน (Foundation track) เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบ รวมถึงรูปแบบของการนำเทคโนโลยีมาใช้งานจริงกับประชาชนรายย่อย เป็นการทดสอบใช้ชำระค่าสินค้าบริการในพื้นที่เฉพาะ และ 2. การทดสอบระดับนวัตกรรม (Innovation track) เป็นการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการที่หลากหลาย เพื่อนำมาปรับปรุงการออกแบบ Retail CBDC ในอนาคตต่อไป

"การพัฒนา Retail CBDC เป็นเรื่องที่ธนาคารทั่วโลกให้ความสนใจ และมีศักยภาพ เนื่องจากเป็นเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางของประเทศ มีความปลอดภัยสูง สะดวก ค่าเงินไม่มีความผันผวน โดยหนึ่ง CBDC เท่ากับหนึ่งบาท และสามารถเปลี่ยนกลับเป็นเงินสดได้ทันที อีกทั้งยังสามารถต่อยอดนวัตกรรมการชำระเงินใหม่ ๆ ได้ เช่น การชำระสินค้าแบบกำหนดเงื่อนไข (Programmable Payment) ซึ่งกรุงศรีเชื่อว่าจะเป็นการพลิกโฉมระบบการเงินใหม่แห่งโลกอนาคตให้กับประเทศไทย โดยกรุงศรีมีความพร้อมและจะเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินหลักที่จะช่วยเตรียมความพร้อมให้ประชาชนไทยได้รู้จักและเรียนรู้เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง หากมีการนำมาใช้ชำระจริงในอนาคต" นายสยามกล่าว

ที่มา: สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด