แพทย์ทั่วเอเชียร่วมลงมติล่าสุด การผ่าคลอดส่งผลต่อภูมิต้านทาน และ เด็กผ่าคลอดควรได้รับนมแม่ที่มี "Synbiotic" เป็นองค์ประกอบ

04 Apr 2025

สมาคมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ร่วมกับ ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น (ประเทศไทย) สนับสนุนความเข้าใจต่อการผ่าคลอด ในโอกาสเดือนรณรงค์การตระหนักรู้ เกี่ยวกับการผ่าคลอด

แพทย์ทั่วเอเชียร่วมลงมติล่าสุด การผ่าคลอดส่งผลต่อภูมิต้านทาน และ เด็กผ่าคลอดควรได้รับนมแม่ที่มี "Synbiotic" เป็นองค์ประกอบ

สมาคมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก และ ดานอน ประเทศไทย ผู้นำระดับโลกด้านอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพมากว่า 125 ปี จัดงาน "เสริมภูมิต้านทาน เพื่อพัฒนาการเด็กผ่าคลอด" เพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจใน "เดือนรณรงค์การตระหนักรู้ เกี่ยวกับการผ่าคลอด" หรือ "C-Section Awareness Month" โดยในงานนี้ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การผ่าคลอดและผลกระทบของการผ่าคลอด รวมถึงวิธีการช่วยลดผลกระทบของสุขภาพเด็กผ่าคลอดได้อย่างตรงจุดด้วยนมแม่ที่มีสารอาหารสำคัญอย่าง "Synbiotic" ที่คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วเอเซียได้ร่วมลงมติโดยอ้างอิงจากงานวิจัยทั่วโลก

การประชุมภายในงาน "เสริมภูมิต้านทาน เพื่อพัฒนาการเด็กผ่าคลอด" ได้กล่าวถึงข้อสรุปจากการร่วมลงมติล่าสุดโดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วเอเชีย โดยเห็นตรงกันว่า การเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้จากการผ่าคลอดอาจส่งผลกระทบต่อภูมิต้านทานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ นมแม่ ซึ่งเป็นแหล่งโภชนาการที่ครบถ้วนสำหรับเด็กทารก รวมถึงเด็กผ่าคลอดในช่วง 6 เดือนแรก โดยเฉพาะ "Synbiotic" ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ ซึ่งเป็นรากฐานภูมิต้านทานของเด็กผ่าคลอดที่แข็งแรงในอนาคต

จากข้อมูลวิชาการทั่วโลกแพทย์จากทั่วเอเชียลงมติว่า "Synbiotic" ซึ่งประกอบด้วย Prebiotic และ Probiotic โดยเฉพาะ B. breve ที่พบในนมแม่ มีแนวโน้มช่วยสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ให้กลับคืนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพเด็กผ่าคลอดได้อย่างตรงจุด

รองศาสตราจารย์ เรือเอก นายแพทย์ มานพชัย ธรรมคันโธ รองประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ได้กล่าวถึงสถานการณ์การผ่าคลอดที่เพิ่มขึ้น โดยเปิดเผยว่าข้อมูลในปี 2565 พบว่า ประเทศไทยมีอัตราการผ่าคลอดสูงถึง 40.9% (Multiple Indicator Cluster Survey 2022) ซึ่งแม่ผ่าคลอดส่วนใหญ่มักจะเริ่มให้นมแม่ได้ล่าช้ากว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับผลกระทบของการผ่าคลอดซึ่งอาจส่งผลต่อภูมิต้านทานและพัฒนาการทางสมองทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผ่านการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 20 ล้านคน

รองศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ แพทย์หญิง ชนนิกานต์ วิสูตรานุกูล สาขาวิชาโภชนาการ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผู้ร่วมลงมตินี้ ยังได้เน้นย้ำว่าการผ่าคลอดส่งผลต่อภูมิต้านทานของเด็กผ่าคลอดซึ่งเกิดจากการเสียสมดุลของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ของทารกและยังได้นำเสนอข้อมูลวิธีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กผ่าคลอด โดยเน้นย้ำว่านมแม่ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของนมแม่คือ "Synbiotic" ที่ช่วยคืนสมดุลจุลินทรีย์สุขภาพได้เร็วกว่าเมื่อไม่ได้รับ "Synbiotic" ซึ่งส่งผลต่อภูมิต้านทานและยังมีงานวิจัยที่พบว่า "Synbiotic" สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อ 5 โรคที่พบบ่อยในเด็กได้อีกด้วย

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ นายกสมาคมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างภูมิต้านทานซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อพัฒนาการรอบด้าน นอกจากนี้ อาจารย์ยังนำเสนอแนวทางการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ เพื่อช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าฟังได้นำไปปรับใช้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กผ่าคลอดได้อย่างเหมาะสม

เภสัชกรหญิง วิรัชดา สุทธยาคม ผู้อำนวยการฝ่ายโภชนาการเพื่อสุขภาพ ดานอน ประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้กล่าวถึงงานนี้ว่าที่ผ่านมาดานอนได้สนับสนุนการศึกษาวิจัยและให้ความรู้ด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพเด็กผ่านความร่วมมือกับบุคลากรทางการแพทย์และชุมชน งานนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อให้เด็กที่เกิดจากการผ่าคลอดได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ทั้งด้านภูมิต้านทานที่แข็งแรงและพัฒนาการที่เหมาะสมในทุกๆช่วงวัย สะท้อนถึงพันธกิจของดานอนในการส่งมอบสุขภาพที่ดีด้วยอาหารให้กับผู้คนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในเดือนเมษายนของทุกปี เป็นเดือนแห่งการรณรงค์การตระหนักรู้ เกี่ยวกับการผ่าคลอด ดานอน ประเทศไทย จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการผ่าคลอดผ่านกิจกรรมต่าง ๆ จาก Hi-Family Club ผู้สนใจสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์นี้ และสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผ่าคลอดและวิธีการช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพเด็กได้ผ่านช่องทาง https://www.hifamilyclub.com/c-section/synbioticplus.html หรือเฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/HiFamilyClub