'PIN' โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม ผลงานปี 67 ทำ All Time High รายได้รวมทะยานสู่ 4,264 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,734 ล้านบาท

26 Feb 2025

'PIN' โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม ผลงานปี 67 ทำ All Time High รายได้รวมทะยานสู่ 4,264 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,734 ล้านบาท พุ่ง 28% ยอดโอนที่ดินทะลุ 750 ไร่ เคาะจ่ายเงินปันผล 0.76 บาทต่อหุ้น

'PIN' โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม ผลงานปี 67 ทำ All Time High รายได้รวมทะยานสู่ 4,264 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,734 ล้านบาท

'บมจ.ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค' หรือ PIN โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม ผลประกอบการปี 2567 ทำ All Time High ใหม่ต่อเนื่องจากปีก่อน รายได้รวมทะยานแตะ 4,264 ล้านบาท เติบโต 41% และกำไรสุทธิ 1,734 ล้านบาท พุ่ง 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังโอนที่ดินทะลุ 750 ไร่ เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ รับอานิสงส์นักลงทุนต่างชาติในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ย้ายฐานการผลิตมาไทย เคาะจ่ายเงินปันผล 0.76 บาทต่อหุ้น

นายพีระ ปัทมวรกุลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ PIN เปิดเผยว่าบริษัทฯ มีผลประกอบการปี 2567 สร้างสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (All Time High) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีรายได้รวม 4,264 ล้านบาท เติบโต 41% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เทียบกับปีก่อน (YoY) จากการขายและการโอนที่ดินทั้งสิ้น 3,901 ล้านบาท เติบโต 48% โดยมียอดขายและโอนที่ดินรวม 836 ไร่ ทะลุเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้ 750 ไร่ ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ได้แก่ บริการให้เช่าโรงงานและคลังสินค้า บริการพื้นที่ส่วนกลางและระบบสาธารณูปโภค มีรายได้ 266 ล้านบาท เติบโต 8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY)

ทั้งนี้ จากความสำเร็จของผลประกอบการปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการวางยุทธศาสตร์ด้านทำเลที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทองฯ ในเขต EEC ที่ครอบคลุมทั้งพื้นที่จังหวัดชลบุรี และระยอง ตลอดจนความแข็งแกร่งของโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานภายในนิคมฯ ส่งผลให้นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทองฯ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ต้องการย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมายังประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และดาต้าเซ็นเตอร์

จากผลการดำเนินงานปี 2567 ที่แข็งแกร่ง ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ จึงพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.76 บาท รวมเป็นเงิน 881.60 ล้านบาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 โดยการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ในวันที่ 24 เมษายน 2568

นายพีระ กล่าวต่อว่าความต้องการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติมายังประเทศไทยในปี 2568 ยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศจีนเพื่อลดผลกระทบจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้ากับประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากศักยภาพของไทยที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคพื้นฐานตลอดจนนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ "เรามองว่านิคมอุตสาหกรรมยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและบริษัทฯ ได้มีการขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมใหม่ในเขต EEC เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุน 2-3 ปีข้างหน้า โดยไตรมาส 4/2567 ได้ร่วมลงนามในสัญญากับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) พัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 7 บนพื้นที่ 1,059 ไร่ และล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมาได้ลงนามกับกนอ.อีกครั้ง เพื่อพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 8 บนพื้นที่ 1,102 ไร่ ในจังหวัดชลบุรี รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยตามนโยบาย Thailand 4.0 คาดว่านิคมฯ แห่งที่ 8 จะเปิดดำเนินการได้ช่วงกลางปี 2569 ส่งผลให้บริษัทฯ มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 ไร่ สะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งตลอด 30 ปีที่ผ่านมา" นายพีระกล่าว

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์?

ติดต่อเราได้ที่ facebook.com/newswit