กรุงเทพฯ--27 ก.พ.--สยาม พีอาร์ คอนซัลแทนท์
โนเบิล ประกาศผลประกอบการปี 45 โตกว่า 100% มีกำไรสูงสุด 265 ล้านบาท เป็นผลมาจากความสำเร็จของ 3 โครงการใหม่ ถือเป็นบริษัทที่มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยอัตราหนี้สินต่อทุน เพียง 0.5 เท่า พร้อมตั้งเป้ายอดขายปี 46 นี้ไว้ทั้งสิ้น 3,200 ล้านบาท
บมจ. โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ประกาศผลประกอบการของปี 2545 จากยอดรับรู้รายได้ 1,049 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 265 ล้านบาท ทั้งนี้กำไรของบริษัทที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากความสำเร็จของโครงการบ้านเดี่ยวใหม่ 3 โครงการ คือ โนเบิล ทารา บนถนนเอกมัย - พระราม 9, โครงการโนเบิล วานา ปิ่นเกล้า และวัชรพล ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี พร้อมประกาศเดินหน้า พัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยได้ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ไว้ทั้งสิ้น 3,200 ล้านบาท
นายกิตติ ธนากิจอำนวย ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน ความต้องการที่อยู่อาศัยทั้งประเภท บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้เป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และรวมไปถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาล อาทิ มาตรการทางภาษี เช่น การลดค่าธรรมเนียมการโอน ลดภาษีธุรกิจเฉพาะ ที่ส่งผลดีต่อตลาดโดยรวม นอกจากนี้ สถานการณ์ด้านอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ ความเชื่อมั่น และการคาดหมายว่า ราคาอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงการแข่งขันของสถาบันการเงินในการขยายสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทำให้เกิดแรงจูงใจในการซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ที่ทำให้ผู้คนมีกำลังซื้อ มีความสามารถในการซื้อบ้านเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในส่วนของบริษัทฯ ก็ได้พัฒนารูปแบบที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น โดยในปี 2545 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดเกมรุกในตลาดบ้านจัดสรรด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่ ทั้งสิ้น 3 โครงการด้วยกันคือ โครงการ โนเบิล ทารา บนถนนเอกมัย - พระราม 9, โครงการโนเบิล วานา ปิ่นเกล้า และโครงการโนเบิล วานา วัชรพล ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายกว่า 1,900 ล้านบาท ยอดรับรู้รายได้ 1,049 ล้านบาท และ กำไรสุทธิ 265 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับแต่เปิดบริษัทฯ มา โดยที่มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 0.5 เท่า และสำหรับการพิจารณาจ่ายเงินปันผลจากผลกำไรประจำปี 2545 บริษัทจะนำเข้าสู่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อทำการพิจารณาในเดือนเมษายนนี้
ในส่วนของที่ดินบริเวณซอยทองหล่อ ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 5.5 ไร่ อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพดีเยี่ยม ติดถนนในซอยทองหล่อ ด้านข้างสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งที่จะพัฒนาเป็นศูนย์การค้า หรือสถานที่พักอาศัย ได้หลายรูปแบบ ซึ่งบริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนหลายรายเข้ามาติดต่อขอซื้อ และบริษัทได้เปิดให้มีการยื่นซองเพื่อประกวดราคา (ประมูล) กันนั้น ปรากฏว่า มีนักลงทุนหลายรายให้ความสนใจยื่นความจำนงเข้ามา แต่เนื่องจากมีเงื่อนไขบางส่วนที่ไม่เป็นที่ตกลงกันได้ ถึงแม้จะมีการเสนอราคาที่สูงกว่าที่ได้กำหนดราคาขั้นต่ำไว้ก็ตาม บริษัทฯ จึงตัดสินใจที่จะพัฒนาโครงการเพื่อขายและให้เช่าเอง ในรูปแบบที่ได้เคยได้วางแผนไว้ คือ โครงการศูนย์การค้าเพื่อให้เช่า ขนาดพื้นที่ 3,698 ตารางเมตร จำนวน 27 ยูนิต โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าจองได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม เป็นต้นไป และโครงการที่พักอาศัยในรูปแบบ คอนโดมิเนียม ขนาด 22 ชั้น จำนวน 238 ยูนิต มีขนาดพื้นที่เฉลี่ย 117 ตารางเมตรต่อยูนิต ในราคาประมาณ 5 ล้านบาท โดยมีพื้นที่ขายทั้งสิ้น 28,000 ตารางเมตร คิดมูลค่าขายทั้งโครงการประมาณ 1,260 ล้านบาท และสำหรับโครงการในส่วนของคอนโดมิเนียมนี้บริษัทจะได้รับผลอัตรากำไรเบื้องต้นถึง 37% ต่อยอดขาย ซึ่งบริษัทคาดการณ์ว่าน่าจะสามารถทำการเปิดขายในส่วนของคอนโดมิเนียมได้ภายในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้
สำหรับแผนการในภาพรวมของปี 2546 บริษัทฯ ได้มีแผนงานที่จะเปิดโครงการใหม่ ๆ ภายในปีนี้กว่า 7 โครงการ ได้แก่ โครงการทาวน์เฮาส์ และบ้านเดี่ยว บริเวณซอยวัชรพล ปิ่นเกล้า งามวงศ์วาน สาทร-ท่าพระ ทองหล่อ เป็นต้น โดยตั้งเป้าหมายยอดขายของปี 2546 ไว้ที่ 3,200 ล้านบาท และนอกจากนี้ ด้วยศักยภาพของทีมงาน ผนวกกับความแข็งแกร่งทางการเงิน ของบริษัทฯ จึงได้เตรียมการที่จะจัดซื้อโครงการใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อทำการพัฒนาและเปิดตัวโครงการใหม่ได้ในทันทีและอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะทำให้มีอัตราการเจริญเติบโตของผลกำไรในไตรมาสต่อ ๆ ไป นายกิตติ กล่าวในที่สุด
รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
จิดาภา ประมวลทรัพย์, ประกาศิต นันป้อ
บริษัท สยาม พีอาร์ คอนซัลแทนท์ จำกัด
โทร. 0-2693-7835-8 ต่อ 32, 37, 0-1817-7153
โทรสาร 0-2693-6919 E-mail:
[email protected] จบ--
-ศน-