มูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) โดยการสนับสนุนจาก Google.org ประกาศความสำเร็จในการจัดการประชุมนโยบายระดับภูมิภาคว่าด้วยความพร้อมด้าน AI ณ สำนักงานใหญ่อาเซียน/สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการดำเนินงานโครงการ AI Ready ASEAN ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดนโยบายที่จะช่วยส่งเสริมความรู้ด้าน AI และผลักดันนวัตกรรมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค
ในการประชุมระดับภูมิภาคครั้งนี้ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่จากทั่วภูมิภาคอาเซียนเข้าร่วมหารือแนวทางความร่วมมือในการพัฒนากรอบการกำกับดูแลและข้อริเริ่มเชิงนโยบาย เพื่อผลักดันการใช้ประโยชน์จาก AI อย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมทั้งลดช่องว่างด้านความรู้เกี่ยวกับ AI เพื่อปลดล็อกโอกาสต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงานสำคัญที่เข้าร่วม ได้แก่ ฯพณฯ Stella Christie รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย, ฯพณฯ Nararya S. Soeprapto รองเลขาธิการอาเซียนฝ่ายกิจการชุมชนและองค์กร, ฯพณฯ เอกอัครราชทูต Bovonethat Douangchak ประธานคณะกรรมการมูลนิธิอาเซียนและผู้แทนถาวรแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำอาเซียน ดร. ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน และ Putri Alam ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และนโยบายสาธารณะ Google ประเทศอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ การประชุมได้จัดให้มีการอภิปรายเชิงนโยบายเพื่อศึกษาภูมิทัศน์และกรอบจริยธรรมด้าน AI ในภูมิภาคอาเซียน และแนวทางการขับเคลื่อนโครงการด้าน AI ในระดับชุมชน โดยมีผู้ร่วมอภิปรายประกอบด้วย Andreas Tjendra ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม AI จาก KORIKA, ดร. ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และ ศูนย์กำกับดูแล AI (AIGC) ของ ETDA, นาย Agung Pamungkas ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และนโยบายสาธารณะ Google ประเทศอินโดนีเซีย, นาย Ilan Asqolani ผู้จัดการโครงการอาวุโสประจำมูลนิธิอาเซียน, นาย Rajeshpal Singh ผู้อำนวยการ Mastercard's Digital Trust Centre of Excellence (APAC), นาย Hazremi Hamid เจ้าหน้าที่อาวุโสแผนกเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักเลขาธิการอาเซียน และ Dr. Yeni Herdiyeni หัวหน้าโครงการศึกษาด้าน AI มหาวิทยาลัย IPB โดยมี ดร. ปิติ ศรีแสงนาม และ นาย Mahmudi Yusbi หัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ มูลนิธิอาเซียน เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย
Marija Ralic หัวหน้าองค์กร Google.org กล่าวว่า "ด้วยความก้าวหน้าของ AI และ Machine Learning ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำความเข้าใจผลกระทบของเทคโนโลยีเหล่านี้ต่อชีวิตประจำวัน บทบาทในอนาคต และโอกาสที่เปิดกว้าง จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับเยาวชน ครู และผู้ปกครอง โดย Google.org ภูมิใจที่ได้สนับสนุนโครงการ AI Ready ASEAN ของมูลนิธิอาเซียน ซึ่งมุ่งเสริมศักยภาพเยาวชนและจุดประกายให้นักพัฒนา AI รุ่นใหม่ นำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์แก่สังคม การสนับสนุนนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมให้ทุกคนในภูมิภาคสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์จาก AI อย่างทั่วถึง"
การประชุมครั้งนี้ยังถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของโครงการ AI Ready ASEAN ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Google.org โดยมีเป้าหมายในการยกระดับความรู้ด้าน AI ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งนี้ ภายใต้กรอบระยะเวลาดำเนินงาน 2.5 ปี โครงการได้ตั้งเป้าที่จะพัฒนาทักษะด้าน AI ที่จำเป็นให้แก่ประชาชนกว่า 5.5 ล้านคน
การประชุมรัฐมนตรีดิจิทัลอาเซียน ครั้งที่ 5 จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2568 การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภูมิภาคอาเซียนในสองประเด็นสำคัญ คือ การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และการสร้างความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน ทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาคอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญ โดยประเด็นหลักของการหารือมุ่งเน้นไปที่การใช้ประโยชน์จาก AI ใน 3 ด้าน ได้แก่ การปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน การพัฒนามาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่ใช้งานร่วมกันได้ การส่งเสริมระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย ครอบคลุม และเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเน้นย้ำความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการมีส่วนร่วมในระบบนิเวศดิจิทัลของภูมิภาค
มูลนิธิอาเซียน ในฐานะพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจาก Google.org ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งสำคัญนี้พร้อมด้วยองค์กรพันธมิตรอีก 4 แห่งจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในโอกาสนี้ มูลนิธิได้นำเสนอโครงการ AI Ready ASEAN ต่อรัฐมนตรีดิจิทัลอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะบทบาทของมูลนิธิในการส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลและการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนให้พร้อมรับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI การประชุมครั้งนี้ยังได้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ร่วมของอาเซียนที่มุ่งสู่การเป็นประชาคมดิจิทัลที่เชื่อมโยงถึงทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ทุกคนในภูมิภาค
การประชุมเชิงนโยบายครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายของแผนแม่บทอาเซียนด้านดิจิทัล 2568 และข้อตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนที่มุ่งสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่ครอบคลุมและยั่งยืนสำหรับภูมิภาค นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับคู่มือการกำกับดูแลและจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ของอาเซียน ซึ่งให้แนวทางแก่ประเทศสมาชิกในการนำ AI มาใช้ โดยเน้นหลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ
การประชุมครั้งนี้เป็นหนึ่งในสี่กิจกรรมระดับภูมิภาคภายใต้โครงการ AI Ready ASEAN และยังเป็นกิจกรรมแรกจากห้ากิจกรรมหลัก ซึ่งประกอบด้วย การฝึกอบรมผู้สอน การศึกษาขั้นสูง การรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ด้าน AI ในภูมิภาค การเสวนาระดับชาติและระดับภูมิภาค และการวิจัยเชิงลึกด้าน AI ระดับภูมิภาค
ดร. ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน กล่าวว่า "ระหว่างที่เรากำลังก้าวสู่อนาคตที่หล่อหลอมด้วยแนวคิดและเทคโนโลยีใหม่ ๆ สิ่งสำคัญคือการทำให้ทุกชุมชน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน มีความรู้และทักษะที่จำเป็นเพื่อความสำเร็จในโลกยุค AI โครงการ AI Ready ASEAN มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเยาวชน ครู และครอบครัวทั่วทั้งภูมิภาค เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในขณะที่เทคโนโลยี AI พัฒนาไปข้างหน้า และด้วยความร่วมมือร่วมใจกัน เราจะสามารถลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีและช่วยให้ทุกคนในอาเซียนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จาก AI"
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในจังหวะเวลาที่เหมาะสมท่ามกลางการเติบโตของ AI และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนให้ขยายตัวถึง 3 เท่า จากมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 ขณะเดียวกัน นโยบายภายใต้ ข้อตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Framework Agreement) คาดว่าจะช่วยเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลให้ขยายตัวขึ้นอีกเท่าตัว ดันมูลค่าแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
แม้จะมีแรงขับเคลื่อนดังกล่าว แต่ความพร้อมด้าน AI ในภูมิภาคยังคงมีความเหลื่อมล้ำอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะช่องว่างทางดิจิทัลที่เห็นได้ชัดจากปัญหาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีประสิทธิภาพและการขาดแคลนโครงการส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัล ส่งผลให้การผลักดันภูมิภาคสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน AI เป็นไปอย่างล่าช้า ความแตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนจากระดับความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศสมาชิก โดยสิงคโปร์ซึ่งเป็นผู้นำของภูมิภาคได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 2 จาก 190 ประเทศในดัชนีความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์ของภาครัฐปี 2567 ในขณะที่ สปป. ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการประยุกต์ใช้ AI โดยอยู่ในอันดับที่ 136 145 และ 149 ตามลำดับ
"การประชุมครั้งนี้สร้างแรงบันดาลใจและมอบแนวทางที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในกาทำให้ AI สามารถเข้าถึงชุมชนที่ขาดโอกาส โดยเฉพาะวิธีการปรับเนื้อหาและแนวคิดด้าน AI ให้เป็นบทเรียนที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับผู้เรียนในท้องถิ่น ทำให้เรามั่นใจมากขึ้นในการถ่ายทอดความรู้เรื่อง AI การศึกษาในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยสร้างเยาวชนให้เป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีความรับผิดชอบ รู้จักใช้ข้อมูลและทรัพยากรออนไลน์อย่างชาญฉลาด พร้อมทั้งมีทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญ การประชุมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เราได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ปฏิบัติงานจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ได้เรียนรู้แนวทางการสอนที่ประสบความสำเร็จ และร่วมกันหาทางออกสำหรับความท้าทายที่แต่ละพื้นที่กำลังเผชิญ" กล่าวโดยพันธมิตรในการดำเนินงานระดับท้องถิ่นจาก AYO Thailand.
รายงานการศึกษาของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจแห่งอาเซียนได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของ "นโยบายการลดช่องว่างเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดจาก AI ในภูมิภาค" ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น โดยเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกร่วมมือกันทั้งในระดับภูมิภาคและภายในประเทศของตน
แนวคิดการสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคนี้สอดรับกับมาตรการและข้อริเริ่มต่าง ๆ ที่ได้หารือกันในการประชุม ซึ่งมุ่งเน้นการเร่งรัดการประยุกต์ใช้และพัฒนาความรู้ด้าน AI ในประเทศสมาชิก
"จากข้อมูลเชิงลึกต่าง ๆ จะเห็นว่าเราจำเป็นต้องร่วมมือกันในระดับภูมิภาคเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาด้าน AI ได้อย่างทั่วถึง เมื่อประชาชนมีทักษะด้าน AI จะช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน เปิดประตูสู่การเข้าถึงทักษะทางเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และระบบอัตโนมัติได้มากยิ่งขึ้น เมื่อประชากรในภูมิภาคมีความพร้อมด้าน AI อาเซียนจะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุน กระตุ้นการเติบโตของสตาร์ทอัพ บริษัทเทคโนโลยี และระบบนิเวศในภูมิภาค" กล่าวโดยพันธมิตรในการดำเนินงานระดับท้องถิ่นจาก AYO Thailand
การประชุมนโยบายระดับภูมิภาคครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ AI เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือ แบ่งปันความรู้ และการพัฒนาแนวนโยบายที่เป็นประโยชน์ เพื่อลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยี AI และสร้างอนาคตที่ไร้รอยต่อและเต็มไปด้วยนวัตกรรม
ในอีกสองวันข้างหน้า พันธมิตรในการดำเนินงานระดับท้องถิ่นของ AI Ready ASEAN จะได้เดินหน้าต่อยอดการเรียนรู้ผ่านมาสเตอร์คลาสเชิงปฏิบัติ นำโดย Code.org ที่จะพาผู้เข้าร่วมสำรวจแนวคิดพื้นฐานของ AI พร้อมทั้งกลยุทธ์เชิงปฏิบัติในการรับมือกับความท้าทายด้านการศึกษา AI นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังจะได้รับประสบการณ์อันทรงคุณค่าจากการเยี่ยมชมสำนักงานของ Google Indonesia ซึ่งเปิดโอกาสให้พวกเขาได้สัมผัสการประยุกต์ใช้ AI ในโลกจริง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเชิงลึกและขยายมุมมองด้านเทคนิคเกี่ยวกับการเรียนรู้ของเครื่อง Machine Learning
ติดต่อเราได้ที่ facebook.com/newswit