แพ็กเกจจิ้งยืดอายุ Q1 สดใส รับดีมานด์อาหารส่งออกพุ่ง "เอกา โกลบอล" สยายปีก - เล็งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปีนี้

26 Mar 2025

"เอกา โกลบอล" ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตช่วยยืดอายุอาหาร เผยแนวโน้มไตรมาสแรกสดใส รับอานิสงส์ตลาดอาหารทั่วโลกดีมานด์พุ่ง - ตลาดส่งออกอาหารไทยโตทำนิวไฮ เปิดเทรนด์ผู้บริโภคทั่วโลกต้องการบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน - ไบโอพลาสติกเพิ่มขึ้น จับตากระแสทรานส์ฟอร์มสู่ยุค AI พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์โลก เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมในปีนี้ หนุนยอดขายปี 2568 เติบโต 1,400 ล้านบาท

แพ็กเกจจิ้งยืดอายุ Q1 สดใส รับดีมานด์อาหารส่งออกพุ่ง "เอกา โกลบอล" สยายปีก - เล็งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปีนี้

นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) แบรนด์คนไทยเบอร์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก เปิดเผยว่า แนวโน้มไตรมาสแรก ปี 2568 บริษัทฯ ได้รับอานิสงส์อย่างต่อเนื่องจากทิศทางอุตสาหกรรมอาหารโลกที่ขยายตัวได้ดีตามความต้องการอาหารทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-To-Eat) ที่สะดวกรวดเร็วในการบริโภค และตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม (Pet-Food) ที่เติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ ประเทศไทยเอง มองเห็นสัญญาณบวกจากอุตสาหกรรมอาหารส่งออกปี 2568 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นทำนิวไฮต่อเนื่องจากปี 2567 ที่สามารถทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์

อ้างอิงตัวเลขจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสถาบันอาหาร คาดว่าการส่งออกสินค้าอาหารไทยในปีนี้ จะมีมูลค่า 1.75 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 6.8% จากปี 2567 ที่มีมูลค่าประมาณ 1.63 ล้านล้านบาท เติบโต 7.3% จากปี 2566 โดยกลุ่มสินค้าที่การส่งออกเพิ่มขึ้นและมีอัตราขยายตัวสูง 2 อันดับแรก ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง เพิ่มขึ้น 30.5% ตามแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และอาหารพร้อมรับประทาน ขยายตัว 30.2% ตามทิศทางตลาดที่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจผันผวนและค่าครองชีพสูง ทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับสินค้าที่สร้างความสะดวกรวดเร็วในการบริโภคมากขึ้น

"ไทย เป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าอาหารสำคัญของโลก อุตสาหกรรมอาหารมีสัดส่วนถึง 24.6% ของ GDP ขณะที่กลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ยังคงเป็นดาวเด่นในปีนี้ และมีส่วนผลักดันให้ตลาดบรรจุภัณฑ์เติบโตในทิศทางเดียวกัน"

อย่างไรก็ดี ปี 2568 เป็นปีที่บรรจุภัณฑ์ทุกประเภทต้องตอบโจทย์ทั้งเรื่องความยั่งยืน ความสะดวก และนวัตกรรมใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่ขับเคลื่อนเมกะเทรนด์ ไม่ว่าจะเป็นยุคแห่งการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน หรือ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดขยะ ลดการใช้พลาสติก และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือ ย่อยสลายได้ อาทิ ไบโอพลาสติก (Biodegradable Plastic) ทำมาจากพืช เป็นต้น แม้ว่ากลุ่มบรรจุภัณฑ์ไบโอพลาสติกจะมีราคาที่สูง แต่ผู้บริโภคยินยอมจ่ายสูงขึ้นเพื่อความยั่งยืน

นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่าน หรือ 'ทรานส์ฟอร์ม' ธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัลในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร เป็นอีกโจทย์ที่ต้องเตรียมความพร้อมรับมือ เพราะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารอย่างรวดเร็ว โดยพบการแทรกซึมของ AI ทั้งในขั้นตอนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การออกแบบ รวมถึงการเลือกวัตถุดิบและการควบคุมคุณภาพ ฯลฯ

นายชัยวัฒน์ กล่าวเสริมว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI อย่างเต็มรูปแบบของ เอกา โกลบอล เพื่อยกระดับองค์กร 'ทรานส์ฟอร์ม' ธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการผลิต ฯลฯ ซึ่งน่าจะเห็นการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เป็นรูปธรรมภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ไม่หยุดนิ่งในการวิจัยและพัฒนา (R&D) บรรจุภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งเรื่องของความปลอดภัย สุขภาพ รสชาติ หรือ แม้แต่ความยั่งยืน ฯลฯ

"บริษัทฯ ศึกษาการนำ AI มาใช้ในธุรกิจเป็นเวลากว่า 7 - 8 เดือนแล้ว เพราะมองเห็นความสำคัญของการทรานส์ฟอร์มสู่ยุค AI เราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม และก้าวนำอุตสาหกรรม เพื่อรับมือกับสงครามการค้าและเทคโนโลยีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ที่เก่งด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีโอกาสเข้ามากดดันผู้ประกอบการไทยอย่างแน่นอน"

ส่วนเป้าหมายยอดขายในปีนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท เป็นการเติบโตจากทั้งตลาดในไทย และต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศอินเดียที่คาดว่าจะมียอดขายเติบโตกว่า 30 - 40% จากการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่เมืองปูเน่ ขณะที่คำสั่งซื้อล่วงหน้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกือบเต็มกำลังการผลิตรวมโรงงานไทยและอินเดียแล้ว กว่า 2,850 ล้านชิ้นต่อปี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการวิจัยและศึกษา (R&D) ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ร่วมกับบริษัทลูกค้า ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการและเริ่มผลิตได้ภายในปีนี้